การอัพเดพระบบพิกัดให้กับข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วย PostGIS

หลายๆ ท่านคงพบกับปัญหาที่ว่าเมื่อเรานำเข้าด้วยการ Import ข้อมูล Shapefile เข้าสู่ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ PostGIS ซึ่งอาจจะใช้วิธีการที่แตกต่างกับไปตามความถนัด แต่ในบางครั้งเราอาจจะลืมไปว่าการนำเข้าข้อมูลนั้นจะต้องระบุ SRID เข้าไปด้วย

การติดตั้งปลั๊กอิน QGIS แบบ Offline

การติดตั้งปลั๊กอิน (Plugins) ในโปรแกรม QGIS นั้นสามารถติดตั้งได้โดยไปที่ เมนู Plugins > Manage and Install Plugins แต่จะต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตในการดาวน์โหลดและเชื่อมต่อกับ Repository ของ QGIS ซึ่งหลายท่านถามมาว่าถ้าจะติดตั้งในเครื่องที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตจะต้องทำอย่างไร วันนี้ผมเลยจะมายกตัวอย่างให้ดูครับ

Watershed and Stream Network Delineation using Graphical Modeler in QGIS

โปรแกรม QGIS มีเครื่องมือวิเคราะห์ทางด้านเชิงพื้นที่ได้เหมือนกับโปรแกรม GIS ตัวอื่นๆ และนอกจากนี้ยังมีเครื่องมือที่ชื่อว่า “Graphical Modeler” ที่ช่วยให้เราสร้าง workflow ในการวิเคราะห์และประมวลข้อมูล GIS ได้ดีอีกด้วย

การสร้างเส้นชั้นความสูง (Contour) จากข้อมูลระดับสูงเชิงเลข (DEM) ด้วยโปรแกรม QGIS

วิธีการสร้างเส้นชั้นความสูงเท่า (contour line) จากข้อมูลระดับสูงเชิงเลข หรือที่เรียกกันว่า ข้อมูล DEM (Digital Elevation Model) สามารถทำได้ในโปรแกรม QGIS ได้อย่างง่ายดายเลยครับ

วิธีแสดงค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์(Latitude,Longitude) และพิกัดแบบ UTM (Easting,Northing) จาก Geometry ใน PostGIS

การแสดงค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Latitude, Longitude) ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่างในหน่วยองศาทศนิยม (Decimal Degrees: DD) ตัวอย่างเช่น 16.769519, 100.198351 และพิกัดแบบ UTM (Easting, Northing) ยกตัวอย่างเช่น 627719.103 E, 1854443.802 N  ซึ่งวิธีการได้ค่าพิกัดทั้ง 2 แบบนี้

การเพิ่มชั้นข้อมูล Web Map Service (WMS) ที่เรียกจาก GeoServer แสดงผลบน Leaflet

ต่อจากบทความที่แล้วเรื่องการเพิ่มชั้นข้อมูลจาก PostGIS (table) ที่แสดงผลในรูปแบบของ GeoJSON หลายๆท่านก็จะมีคำถามว่าถ้าเรามีข้อมูลปริมาณมาก ๆ แล้วจะส่งผลทำให้การแสดงผลนั้นช้าลงหรือไม่ ซึ่งก็จะบอกได้เลยว่ามีผลอย่างมากเลยครับ โดยเฉพาะถ้าข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบของ view ก็จะทำให้การแสดงผลนั้นช้ามากขึ้นอีก วันนี้ผมก็เลยจะลองอีกวิธีนึงซึ่งเป็นการเพิ่มชั้นข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของ WMS ที่ให้บริการด้วย GeoServer