แสดงค่าพิกัดที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อมูลเส้นด้วย QGIS

การแสดงข้อมูลในลักษณะนี้สามารถทำได้หลากหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่นการใช้เครื่อง Geometry Tools > Extract nodes จากนั้นจึงแสดง label ของค่าพิกัดของแต่ละ nodes ขึ้นมา ซึ่งวิธีการที่กล่าวมาข้างต้นนี้นั้นจะต้องใช้หลายขั้นตอนในการทำงาน วันนี้ผมจึงขอเสนอวิธีการที่ง่ายและรวดเร็วด้วยการใช้ geometry function ร่วมกับ Rule-based labeling ท่านสามารถนำเอาวิธีการนี้ไปปรับใช้งานร่วมกับเทคนิควิธีการอื่นได้ครับ Advertisements

การเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลข้อมูลให้เร็วขึ้นบน QGIS

QGIS สามารถปรับการแสดงผลให้รวดเร็วยิ่งขึ้นในกรณีที่ผู้ใช้งานมีข้อมูลขนาดใหญ่หรือจำนวน feature ที่มีจำนวนมากๆ เมื่อก่อนนั้นการแสดงผลข้อมูลจำนวนเยอะๆทำให้เกิดการแสดงผลที่ช้าหรือรอโปรแกรมมัน render นานมาก วันนี้ผมเลยแนะนำเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในการแสดงผลข้อมูลให้เร็วขึ้น ดังนี้ 1. ไปที่เมนู Options > Redering แล้วคลิกเลือก Render layers in parallel many CPU cores เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ QGIS แสดงผลข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นครับ

การอัพเดพระบบพิกัดให้กับข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วย PostGIS

หลายๆ ท่านคงพบกับปัญหาที่ว่าเมื่อเรานำเข้าด้วยการ Import ข้อมูล Shapefile เข้าสู่ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ PostGIS ซึ่งอาจจะใช้วิธีการที่แตกต่างกับไปตามความถนัด แต่ในบางครั้งเราอาจจะลืมไปว่าการนำเข้าข้อมูลนั้นจะต้องระบุ SRID เข้าไปด้วย

การติดตั้งปลั๊กอิน QGIS แบบ Offline

การติดตั้งปลั๊กอิน (Plugins) ในโปรแกรม QGIS นั้นสามารถติดตั้งได้โดยไปที่ เมนู Plugins > Manage and Install Plugins แต่จะต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตในการดาวน์โหลดและเชื่อมต่อกับ Repository ของ QGIS ซึ่งหลายท่านถามมาว่าถ้าจะติดตั้งในเครื่องที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตจะต้องทำอย่างไร วันนี้ผมเลยจะมายกตัวอย่างให้ดูครับ

Watershed and Stream Network Delineation using Graphical Modeler in QGIS

โปรแกรม QGIS มีเครื่องมือวิเคราะห์ทางด้านเชิงพื้นที่ได้เหมือนกับโปรแกรม GIS ตัวอื่นๆ และนอกจากนี้ยังมีเครื่องมือที่ชื่อว่า “Graphical Modeler” ที่ช่วยให้เราสร้าง workflow ในการวิเคราะห์และประมวลข้อมูล GIS ได้ดีอีกด้วย